กล่อง PET กับ OPS ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับสินค้า

กล่อง PET และกล่อง OPS ต่างกันที่ความทนทาน อุณหภูมิที่รองรับ และราคา โดย กล่อง PET มีความเหนียว ทนแรงกระแทกได้ดีกว่า ไม่แตกง่าย เหมาะกับอาหารเย็น อาหารอุณหภูมิห้อง และสินค้าที่ต้องขนส่ง ส่วน กล่อง OPS มีความใส เงางาม ฝาไม่เป็นฝ้า ทนอุณหภูมิได้กว้างกว่า ตั้งแต่ -20 ถึง 80 องศาเซลเซียส และราคาถูกกว่า เหมาะกับเบเกอรี่ ขนมหวาน หรืออาหารที่วางขายในตู้เย็น
ทำความรู้จัก กล่อง PET และ กล่อง OPS
ก่อนเลือกซื้อบรรจุภัณฑ์พลาสติกใส การเข้าใจวัสดุแต่ละชนิดจะช่วยให้เลือกใช้งานได้ถูกต้อง ไม่เสียเงินฟรี และป้องกันสินค้าเสียหายระหว่างทาง
กล่อง PET คืออะไร เหมาะกับสินค้าแบบไหน
กล่อง PET ผลิตจากพลาสติก Polyethylene Terephthalate จุดเด่นสำคัญคือความแข็งแรง ทนทาน ไม่เปราะหักง่าย เนื้อพลาสติกใสและมีความเหนียวสูง
- จุดเด่น: ทนแรงกดดัน ทนแรงกระแทกได้ดี ฝาปิดแน่นหนา เหมาะกับการจัดเรียงซ้อนกัน
- ข้อจำกัด: ไม่เหมาะกับอาหารร้อนจัด หรือการนำเข้าไมโครเวฟ
- สินค้าที่เหมาะสม: สลัดผัก ผลไม้สด อาหารเย็น อาหารอุณหภูมิห้อง และสินค้าที่ต้องผ่านการขนส่งระยะไกล
กล่อง OPS คืออะไร เหมาะกับสินค้าแบบไหน
กล่อง OPS ผลิตจากพลาสติก Oriented Polystyrene มีจุดเด่นที่ความใสโปร่งแสงและมีความเงางาม ช่วยส่งเสริมให้สินค้าดูน่าทาน
- จุดเด่น: ฝามีคุณสมบัติไม่เป็นฝ้า (Anti-fog) ทำให้มองเห็นสินค้าชัดเจนแม้แช่ในตู้เย็น รองรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -20 ถึง 80 องศาเซลเซียส น้ำหนักเบา และต้นทุนต่ำกว่า
- ข้อจำกัด: เนื้อพลาสติกมีความแข็งแต่เปราะ ฉีกขาดหรือฉีกหักได้ง่ายหากโดนกดทับแรงๆ
- สินค้าที่เหมาะสม: ขนมไทย เบเกอรี่ เค้ก อาหารแช่แข็ง และอาหารบรรจุร้อนปานกลาง
ตารางเปรียบเทียบ กล่อง PET กับ OPS ต่างกันอย่างไร
| คุณสมบัติ | กล่อง PET | กล่อง OPS |
|---|---|---|
| ความเหนียวและทนกระแทก | สูงมาก ไม่แตกหักง่าย | ต่ำ มีความเปราะ ฉีกขาดง่ายกว่า |
| ความใสและความเงา | ใส เหนียว | ใสมาก ผิวเงางาม (Glossy) |
| การเกิดไอน้ำที่ฝา | มีทั้งรุ่นธรรมดาและ Anti-fog | มีคุณสมบัติ Anti-fog ในตัว |
| ช่วงอุณหภูมิที่รองรับ | อาหารเย็นและอุณหภูมิห้อง | -20°C ถึง 80°C (แช่แข็งและใส่ของร้อนได้ปานกลาง) |
| ความคุ้มค่าด้านราคา | ราคาสูงกว่า OPS เล็กน้อย | ราคาถูกกว่า ช่วยลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ |
8 เกณฑ์สำคัญในการเลือกกล่องพลาสติกใสให้เหมาะกับธุรกิจ
- ประเภทอาหารและสินค้า: ของหวาน เบเกอรี่ หรืออาหารคลีน
- ขนาดและรูปทรง: เลือกกล่องทรงมาตรฐานที่มีขนาดพอดีกับสินค้า
- อุณหภูมิขณะบรรจุ: สินค้าต้องใส่ตอนร้อน แช่เย็น หรือแช่แข็ง
- วิธีการจัดเก็บ: ต้องการวางซ้อนกันหลายชั้นหรือไม่
- การขนส่ง: ต้องส่งผ่านเดลิเวอรี่หรือขนส่งต่างจังหวัดที่เสี่ยงต่อการกระแทกหรือไม่
- รูปแบบกล่องที่ต้องการ: ใช้กล่องฝาพับ กล่องล็อกในตัว หรือฝาแยก
- ปริมาณการใช้งานต่อเดือน: ผลต่อการสั่งซื้อราคาส่ง
- งบประมาณ: ควบคุมต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อชิ้นให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกล่องพลาสติกใส่อาหาร
Q: กล่อง PET กับ OPS สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ไหม?
A: ทั้งกล่อง PET และ OPS ทั่วไปไม่เหมาะกับการนำเข้าไมโครเวฟ หากต้องการพลาสติกที่เข้าไมโครเวฟได้ปลอดภัย ควรเลือกใช้พลาสติกประเภท PP (Polypropylene) ที่ออกแบบมาสำหรับความร้อนสูงโดยเฉพาะ
Q: อาหารร้อนควรเลือกใช้กล่องแบบไหน?
A: หากเป็นอาหารร้อนปานกลางไม่เกิน 80 องศาเซลเซียส สามารถใช้กล่อง OPS ได้ แต่หากเป็นอาหารร้อนจัด มีน้ำซุป หรือแกงร้อน ควรเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ PP แทน เพื่อความปลอดภัย
Q: ทำไมใส่ขนมในตู้เย็นแล้วไอน้ำเกาะฝากล่องจนมองไม่เห็นสินค้า?
A: เกิดจากกล่องที่ใช้ไม่มีคุณสมบัติ Anti-fog หากต้องการขายสินค้าแช่เย็นที่เห็นหน้าตาอาหารชัดเจน ควรเลือกใช้กล่อง OPS หรือเลือกกล่อง PET รุ่นที่ระบุว่าเป็นแบบไม่เป็นฝ้า
Q: หากต้องการสกรีนโลโก้หรือติดสติกเกอร์แบรนด์บนกล่อง ควรเลือก PET หรือ OPS?
A: สามารถติดสติกเกอร์ได้ดีทั้งคู่ แต่หากต้องการพิมพ์ลายหรือสกรีนลงบนพลาสติกโดยตรง กล่อง PET จะให้ความแม่นยำและติดแน่นกว่าเนื่องจากความเหนียวของผิวสัมผัส ส่วนกล่อง OPS ด้วยความที่มีผิวเงาวาวสูงและกรอบกว่า สติกเกอร์กาวบางชนิดอาจหลุดลอกได้ง่ายกว่าหากแช่ในความเย็นจัด
หากยังไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณเหมาะกับกล่องประเภทไหน ทีมงาน Excel Plastic พร้อมให้คำแนะนำและช่วยคัดเลือกกล่องพลาสติกที่ขนาดตรงกับการใช้งานในราคาที่คุ้มค่าที่สุด
สนใจสินค้าและบริการ หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม?
Tel: 02-431-3019 ต่อ 16, 29
Email: info@excelplastic.com , excelplastic@excelplastic.com
LINE Official: @540gwtqo
Facebook: Excelgroup.th
Google Maps: Excel Superpack Co.ltd


